ด้านการทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร ลูกเสือชาวบ้าน

พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งได้แก่ พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับทหาร ตำรวจ อาสาสมัครและลูกเสือชาวบ้าน ทหารทุกเหล่าทัพได้ชื่อว่าเป็นรั้วของชาติ ปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้รอดพ้นจากอันตรายจากภายนอก ตำรวจทุกหน่วยทุกแผนกได้ชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข และปกป้องรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในชาติ ส่วนอาสาสมัครและลูกเสือชาวบ้าน ทำหน้าที่ในการร่วมใจกันพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้เจริญและมั่นคง ด้วยเหตุนี้ ทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และลูกเสือชาวบ้าน จึงเป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก เพราะเป็นผู้ที่กล้าหาญเข้มแข็งและเสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อเป็นชาติพลี ถ้าหากไม่มีทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และลูกเสือชาวบ้าน ประเทศชาติของเราก็ไม่สามารถดำรงมั่นคงมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้

ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช นับตั้งแต่พระองค์เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๙ แล้วได้ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทยด้วย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งได้กำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย เนื่องจากตำแหน่งจอมทัพเป็นตำแหน่งสูงสุดที่มีเพียงตำแหน่งเดียวของกองทัพไทย และพระมหากษัตริย์เท่านั้นที่จะดำรงตำแหน่งอันมีเกียรติสูงนี้ได้

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ ทหารทั้ง ๓ เหล่าทัพได้สร้างพระคทาพิเศษ ให้แปลกไปจากคทาของจอมพลอื่นๆ แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงใช้แทนคทาองค์ที่ทรงใช้มาแต่เดิม ซึ่งเป็นพระคทาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเรียกพระคทาที่สร้างใหม่นี้ว่า “พระคทาจอมทัพ” มีชื่อเฉพาะว่า “พระคทาจอมทัพภูมิพล” ลักษณะทั่วไปเมือนพระคทาองค์ที่ทรงใช้มาแต่เดิม ส่วนที่ต่างออกไปจากพระคทาองค์เดิมอยู่ที่เหนือครุฑ มีพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร” ฝังเพชรอยู่ในกรอบรูปไข่ และมีรูปพระมหาพิชัยมงกุฎทองฝังเพชรอยู่เบื้องบน ตอนปลายด้านถัดลายมงคลแปดลงมา มีตราสามเหล่าทัพประดับ

ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ สมควรแต่จอมทัพทุกประการ ในยามปกติพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมค่ายทหารและตำรวจตระเวณชายเแดนอยู่เป็นเนืองนิจ และพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคเวชภัณฑ์ต่างๆเสมอมา ในยามที่ทหาร ตำรวจ และพลเรือน ต้องออกไปปฏิบัติห้าที่ปราบปรามอริราชศัตรู รักษาความสงบของประเทศชาติอยู่ตามชายแดนอันทุรกันดาร ต้องห่างไกลครอบครัวญาติมิตรเป็นเวลานาน เพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทย พระองค์ก็เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นมิ่งขวัญกำลังใจแก่เหล่าทหารหาญเหล่านั้น โดยมิได้ทรงหวั่นเกรงภัยอันตรายใดๆทั้งสิ้น นอกจากนั้น พระองค์ยังเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสมรภูมิ ที่กลับมารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆด้วย ทำให้ ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติมีขวัญและกำลังใจเข้มแข็ง พร้อมที่จะต่อสู้กับข้าศึก ด้วยความกล้าหาญและเสียสละทุกเมื่อ

พระราชกรณียกิจในฐานะทรงเป็นจอมทัพไทย

พระราชกรณียกิจในฐานะทรงเป็นจอมทัพไทยนั้นมีมากมาย ไม่สามารถนำมาบรรยายในที่นี้ได้หมด จะขอนำมากล่าวพอเป็นตัวอย่างโดยสังเขปเท่านั้น มีคราวงหนึ่งทหารได้ประทะกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง ถึงขั้นสูญเสียชีวิตที่ทุ่งช้าง จังหวัดน่าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบข่าว จึงเสด็จพระราชดำเนินไปยังอำเภอทุ่งช้าง เพื่อทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจและอาสาสมัครที่กำลังต่อสู้กับข้าศึกอยู่นั้น จนเกินเวลาเสวยพระกระยาหารกลางวันไปนาน ในที่สุดก็ทรงแก้ห่อพระกระยาหาร ซึ่งเตรียมมาจากห้องเครื่อง ในขณะเสวยก็ทรงไต่ถามเรื่องราวต่างๆจากแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จ นางสาวพยาว์ ศรีหงส์ ได้เขียนบรรยายเหตุการณ์ตอนนี้ไว้อย่าน่าตื่นเต้นว่า

“ขณะเสวยพระกระยาหารได้ไม่กี่คำ แนวหน้าก็รายงานทางวิทยุเข้ามาว่า ขณะนี้กำลังปะทะกับผู้ก่อการร้าย ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ขอให้ส่งเฮลิคอปเตอร์มารับด่วน เมื่อพระองค์ทรงสดับข่าวนี้ ก็ทรงหยุดเสวยพระกระยาหารทันที ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งกับนักบินว่า “นำเครื่องบินขึ้นเดี๋ยวนี้ ฉันจะไปด้วย” บรรดาแม่ทัพนายกองต่างก็หยุดรับประทานอาหาร และสั่งทางวิทยุไปแนวหน้าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เอง ให้จัดป้องกัน และจุดพลุสัญญานบอกสถานการณ์ ถ้าอันตรายให้ใช้พลุสีแดง ถ้าปลอดภัยให้ใช้พลุสีเหลือง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯขึ้นเฮลิคอปเตอร์ทันที มุ่งสู่จุดที่ปะทะกัน เครื่องบินพระที่นั่งบินฉวัดเฉวียนหาที่ลงเพื่อรับผู้บาดเจ็บไม่ได้ ระหว่างการตัดสินใจบินวนหาจุดปลอดภัยอยู่นั้น พระองค์ก็ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า “ลงไปตรงนั้นแหละ” นักบินจึงตัดสินใจนำเครื่องบินพระที่นั่งลงตรงกลางป่า ซึ่งมีที่ว่างพอจะลงได้ เพราะทหารได้ตัดต้นไม้ใหญ่ๆออกหมด เพื่อทำเป็นลานสำหรับเฮลิคอปเตอร์

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงจากเครื่องบินพระที่นั่งแล้ว ทรงรีบเร่งเข้าหาผู้บาดเจ็บอย่างรวดเร็ว ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใย “ลูก” ของพระองค์ ทรงคุกพระชานุอยู่ข้างๆผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทรงจับแผลที่ถูกกระสุนปืนโดยมิได้ทรงรังเกียจแม้แต่น้อย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน คราวนี้เป็นภาพประทับใจพสกนิกรของพระองค์อย่างสุดที่จะพรรณนา คำพังเพยที่กล่าวกันว่า “ร.๙ รักราษฎร์” นั้นเป็นความจริงที่ไม่มีใครสามารถจะบิดเบือนได้”

เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหาร ตำรวจ กับผู้ก่อการร้ายนั้นมีหลายครั้ง เช่น ที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ต้องสูญเสียนายตำรวจ นายสิบตำรวจและพลตำรวจไปหลายนาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เดือนต่อมาเหตุเกิดที่เดียวกัน ผู้ก่อการร้ายได้โจมตีทำลายรถจิ๊ป ทำให้ตำรวจเสียชีวิตทั้งคันรถ เหตุการณ์ตึงเครียดมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์บินวนในระยะต่ำ เพื่อทอดพระเนตรเหตุการณ์ด้วยคามสนพระราชหฤทัย ดังเช่นครั้งก่อน พระองค์ก็ได้เสด็จฯทรงเยี่ยมถึงหน่วยที่ตั้งและพระราชทานสิ่งของที่จำเป็น ที่จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นอีกจุดหนึ่งที่ผู้ก่อการร้ายรวมตัวกันอยู่ และเกิดปะทะกันอย่างรุนแรงกับทหารและตำรวจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมกองบังคับการผสมที่อำเภอหล่มสัก แล้วเสด็จต่อไปยังอำเภอหล่มสัก ทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจ ที่สถานีอนามัยหล่มเก่า แล้วเสด็จขึ้นเฮลิคอปเตอร์ทอดพระเนตรบริเวณหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่ต่อสู้กันแล้ว เสด็จพระราชดำเนินยังสถานีอนามัยหล่มสักเพื่อพระราชทานสิ่งของต่างๆ รวมสิ่งของที่พระราชทานทั้งสองแห่งมีมูลค่าประมาณเจ็ดแสนบาท

 

3d_darkbg_d_home.gif

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า
ด.ญ. ศุภลักษณ์  ถามะพันธ์
นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนประถมฐานบินกำแพงแสน สพท.นฐ. เขต 1