ชื่อเรื่อง : รายงานการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม)

ปีที่ทำรายงานทางวิชาการ : 2549

ผู้ทำรายงานทางวิชาการ  :  นางสุนทรี เล้าอรุณ

                                        ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสามง่าม(คงทองอนุสรณ์)

                                        สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐมเขต 1

                                        สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทคัดย่อ

                  การวิจัยเรื่อง “รายงานผลการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม)” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ทราบความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาในการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) 2) ทราบแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมในแต่ละขั้นตอนของการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) โดย โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) เป็นหน่วยวิเคราะห์  (unit of analysis) ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ จำนวน 12 คน ครูสายผู้สอน จำนวน 4 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2548 จำนวน 29 คน และผู้ปกครองจำนวน 29 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2548 จำนวน 32 คน และผู้ปกครองจำนวน 32 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2548 จำนวน 26 คน และผู้ปกครองจำนวน 26 คน และศึกษานิเทศก์ประจำโรงเรียนจำนวน 3 คน รวมประชากรผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น จำนวน 206 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามความคิดเห็น (questionnaire) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม ลักษณะคำถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check list) ประกอบด้วยข้อคำถามเกี่ยวกับเพศ อายุ ระดับการศึกษาสูงสุด ตำแหน่งปัจจุบัน และประสบการณ์ในตำแหน่งปัจจุบัน   ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) โดยออกแบบให้ครอบคลุมเนื้อหาทั้ง 7 ด้าน ตามแนวทางการบริหารจัดการหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ 1. การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา 2. การจัดทำสาระหลักสูตรสถานศึกษา 3. การวางแผนดำเนินการใช้หลักสูตร 4. การดำเนินการบริหารหลักสูตร (ใช้หลักสูตร)          5. การนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผล 6. การสรุปผลการดำเนินงาน และ 7. การปรับปรุงและพัฒนา จำนวนทั้งสิ้น 70 ข้อ นอกจากแบบสอบถามแล้วผู้วิจัยได้วิเคราะห์ความคิดเห็นของ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการและครูสายผู้สอน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติและมีประสบการณ์ในเรื่องของการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โดยจัดประชุมร่วมกันแสดงความคิดเห็นและสรุปร่วมกันถึงแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ที่ทำให้การดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนของการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพว่ามีการดำเนินการอย่างไร และเกิดประโยชน์อย่างไร การวิจัยในครั้งนี้วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS (Statistical package for the social science for windows) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือค่าความถี่ (frequency) ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (s) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) ผลการวิจัยปรากฏรายละเอียดดังนี้

สรุปผลการวิจัย

                  จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยผู้วิจัยเป็นผู้ตรวจสอบและเปรียบเทียบจากเอกสารหลักฐานต่างๆ และจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ สรุปผลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้เป็นประเด็นตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยดังนี้

                  1. เพื่อทราบความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาในการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม)

                  ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาในการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ผู้วิจัยได้นำเสนอโดยแบ่งออกเป็น 7 ด้าน ปรากฏดังนี้

                        1.1 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการเตรียมความพร้อม ผลการวิจัย พบว่าโดยภาพรวม สถานศึกษามีการเตรียมความพร้อมอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด (= 4.53, s = 0.56) สรุปผลการวิจัยได้ว่าผ่านเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ คือ เกณฑ์การประเมินที่ยอมรับค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ที่ต้องการ

                        1.2 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการจัดทำสาระหลักสูตรของสถานศึกษา ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมสถานศึกษามีการจัดทำสาระหลักสูตรของสถานศึกษาอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด ( = 4.63, s = 0.30) สรุปผลการวิจัยได้ว่าผ่านเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ คือ เกณฑ์การประเมินที่ยอมรับค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ที่ต้องการ

                        1.3 การวิเคราะห์ผลการสอบความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการวางแผนดำเนินการใช้หลักสูตรสถานศึกษา ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมสถานศึกษามีการวางแผนในการดำเนินการใช้หลักสูตรสถานศึกษาอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด ( = 4.62, s = 0.31) สรุปผลการวิจัยได้ว่าผ่านเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ คือ เกณฑ์การประเมินที่ยอมรับ ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ที่ต้องการ

                        1.4 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการดำเนินการบริหารหลักสูตร  (ใช้หลักสูตร) ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมสถานศึกษามีการดำเนินการบริหารหลักสูตร(ใช้หลักสูตร) อยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด (= 4.65, s = 0.31) สรุปผลการวิจัยได้ว่าผ่านเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ คือ เกณฑ์การประเมินที่ยอมรับ ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ที่ต้องการ

                        1.5 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการนิเทศ กำกับ ติดตามผลและประเมินผล ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมสถานศึกษามีการนิเทศ กำกับ ติดตามผลและประเมินผลอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด (= 4.67, s = 0.34) สรุปผลการวิจัยได้ว่าผ่านเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ คือ เกณฑ์การประเมินที่ยอมรับ ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ที่ต้องการ

                        1.6 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการสรุปผลการดำเนินการผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมสถานศึกษามีการสรุปผลการดำเนินการอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด (= 4.65, s = 0.43) สรุปผลการวิจัยได้ว่าผ่านเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ คือ เกณฑ์การประเมินที่ยอมรับ ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ที่ต้องการ

                        1.7 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการปรับปรุง พัฒนา ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมสถานศึกษามีการปรับปรุงพัฒนาอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด (= 4.73, s = 0.35) สรุปผลการวิจัยได้ว่าผ่านเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ คือ เกณฑ์การประเมินที่ยอมรับ ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ที่ต้องการ

                  การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ทั้ง 7 ด้าน ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมสถานศึกษามีการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ทั้ง 7 ด้าน อยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด ( 4.57, s = 0.27) สรุปผลการวิจัยได้ว่าผ่านเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ คือเกณฑ์การประเมินที่ยอมรับ ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ที่ต้องการ ผลการวิจัยที่ได้สามารถตัดสินได้ว่า โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) บริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นผลมาจากการพัฒนาด้านการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาที่มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

                  2. เพื่อทราบแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในแต่ละขั้นตอนของการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม)

                  ผู้วิจัยได้สรุปความคิดเห็นของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ และครูสายผู้สอนเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในแต่ละขั้นตอนของการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) ในรูปความเรียงและการบรรยาย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

                        2.1 การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา พบว่า แนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม  (Best Practice) ในการสร้างความตระหนักให้กับบุคลากร การพัฒนาบุคลากร การแต่งตั้งคณะกรรมการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ การจัดทำข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ และการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาได้รับทราบและให้ความร่วมมือ ได้แก่ 2.1.1 จัดประชุมชี้แจง ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ตระหนัก เห็นความสำคัญ เห็นความจำเป็น ให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรสถานศึกษา 2.1.2 จัดประชุมเตรียมบุคลากรเพื่อแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ตามความเหมาะสม ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในข้อ 2.1.1 และ 2.1.2 คือบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความตระหนัก เห็นความสำคัญ ความจำเป็น มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักสูตรและสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายได้

                        2.2 การจัดทำสาระหลักสูตรสถานศึกษา พบว่าแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม(Best Practice) ในการดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน การกำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมาย การกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การกำหนดโครงสร้างหลักสูตร การจัดทำสาระและผลการเรียนรู้   ที่คาดหวังรายปีหรือรายภาค การกำหนดเวลาเรียน การจัดทำคำอธิบายรายวิชา การจัดหน่วยการเรียนรู้ การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ได้แก่ 2.2.1 การแต่งตั้งคณะกรรมการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ เช่น คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ คณะอนุกรรมการประจำกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณะกรรมการการนิเทศภายใน คณะกรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ คณะกรรมการวัดผลประเมินผล คณะกรรมการจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาและนายทะเบียนของโรงเรียนเป็นต้น 2.2.2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ของคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ รวมทั้งประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) 2.2.3 ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในข้อ 2.2.1, 2.2.2 และ 2.2.3 คือบุคลากรได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ โดยมีคำสั่งแต่งตั้งชัดเจน สามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้มีประสิทธิภาพ ร่วมกันจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาได้เป็นที่เรียบร้อย และเริ่มใช้เป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2546

                        2.3 การวางแผนดำเนินการใช้หลักสูตรสถานศึกษา พบว่าแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม(Best Practice) ในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ จัดหา เลือก ใช้ ทำ และพัฒนาสื่อ        จัดกระบวนการเรียนรู้ จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การวัดผลประเมินผล แนะแนว นิเทศ กำกับ ติดตามและวิจัยเพื่อพัฒนา ได้แก่ 2.3.1 จัดสรรงบประมาณเพื่อเตรียมการในเรื่อง สื่อ อุปกรณ์การเรียนการสอนที่เป็นเทคโนโลยี 2.3.2 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอน การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ การวัดผล ประเมินผล การทำงานวิจัยในชั้นเรียน เพื่อให้ครูนำความรู้ความเข้าใจที่ได้รับไปใช้ในการบริหารจัดการหลักสูตร (ใช้หลักสูตร) 2.3.3 จัดโครงการสนับสนุนการเรียนการสอน 2.3.4 ศึกษาดูงานโรงเรียนนำร่องการใช้หลักสูตรสถานศึกษา ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม       (Best Practice) ในข้อ 2.3.1, 2.3.2, 2.3.3 และ 2.3.4 คือสถานศึกษามีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนการสอน ทั้งบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ สื่อ อุปกรณ์ที่ทันสมัยเป็นเทคโนโลยี มีโครงการสนับสนุนการเรียนการสอนที่สามารถส่งเสริมทักษะ ประสบการณ์ ให้กับผู้เรียน มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการใช้หลักสูตร ประโยชน์ดังกล่าวที่เกิดจากการวางแผนดำเนินการใช้หลักสูตรสถานศึกษาจะสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เป็นอย่างดี

                        2.4 การดำเนินการบริหารหลักสูตร (ใช้หลักสูตร) พบว่าแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม(Best Practice)ในการจัดครูเข้าสอนตามความรู้ความสามารถและความถนัด การจัดตารางสอนตามโครงสร้างของหลักสูตรให้เหมาะสม การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมสนับสนุนทางวิชาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนตามความถนัดและความสนใจ การปฏิบัติการสอนโดยใช้เทคนิคที่หลากหลาย การบันทึกผลการจัดการเรียนรู้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อนำมาวิเคราะห์การสอน การแก้ปัญหาการเรียนการสอนในชั้นเรียนด้วยวิธีการวิจัย การจัดทำข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล การวัดผลประเมินผลนักเรียนตามสภาพที่แท้จริง โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย การนำผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมาเปรียบเทียบมาตรฐานของโรงเรียน การประชาสัมพันธ์ผลงานของครูและนักเรียน ได้แก่ 2.4.1 ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำด้านวิชาการและเป็นผู้นำในการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา 2.4.2 มีการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 2.4.3 ยกย่อง ชมเชย ร่วมเผยแพร่ผลงานคณะครู นักเรียน ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในข้อ 2.4.1, 2.4.2 และ 2.4.3 คือ ครูผู้สอนมีที่ปรึกษาด้านวิชาการและด้านหลักสูตรสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ ไม่วิตกกังวล นอกจากนี้การนิเทศ กำกับ ติดตาม ยังสามารถช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ทำให้ครูผู้สอนมีความรู้สึกสบายใจ ไม่หนักใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการสอน ในส่วนของผู้นิเทศ กำกับ ติดตาม ทำให้ทราบถึงจุดอ่อน จุดแข็ง และปัญหาการทำงานของครู สามารถช่วยเหลือ แนะนำได้ถูกจุด ทำให้ครูผู้สอนจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้นักเรียนมีคุณภาพ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นที่ยอมรับ สามารถสร้างความเชื่อมั่น ความศรัทธา และความพึงพอใจให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี

                        2.5 การนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผล พบว่า แนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในการให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ กำกับ ติดตาม การใช้เครื่องมือในการตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการหลักสูตร ได้แก่ 2.5.1 แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผล เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบแนวคิด ขอบข่าย กระบวนการนิเทศ และดำเนินการนิเทศตามตัวบ่งชี้สภาพความสำเร็จ จัดทำเครื่องมือและนำเครื่องมือไปใช้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา  2.5.2 นิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เมื่อพบปัญหา อุปสรรคร่วมปรับปรุงแก้ไข ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม(Best Practice) ในข้อ 2.5.1 และข้อ 2.5.2 คือ สถานศึกษามีคณะกรรมการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผล ปฏิบัติงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ทำให้สถานศึกษา คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ คณะกรรมการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผล ได้ทราบข้อมูลและสภาพการดำเนินงานในการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ว่ามีจุดอ่อน จุดแข็ง ปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นอย่างไรและร่วมกันแก้ไข สรุปผลเพื่อวางแผนดำเนินการต่อไป

                        2.6 การสรุปผล พบว่า แนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในการนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการประเมินผล มาสรุปจัดทำเป็นรายงานต่างๆ เช่น รายงานการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา รายงานคุณภาพนักเรียน รายงานโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี รายงานการประเมินตนเองของโรงเรียน การจัดนิทรรศการแสดงผลงานของคณะครู นักเรียน เพื่อประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ได้แก่ 2.6.1 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำแบบรายงานต่างๆ เผยแพร่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้รับทราบ 2.6.2 จัดทำแบบรายงานต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น เพื่อเผยแพร่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้รับทราบ ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในข้อ 2.6.1 และ 2.6.2 คือ สถานศึกษาได้เผยแพร่ผลงานในรอบปีที่ผ่านมาให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้รับทราบ ผลงาน ความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค ร่วมกัน

                        2.7 การปรับปรุงพัฒนา พบว่า แนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในการนำผลการดำเนินการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา ในส่วนที่เป็นปัญหา อุปสรรค มาวางแผนร่วมกันปรับปรุงพัฒนาทั้งกระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรและหลักสูตรสถานศึกษา ได้แก่ 2.7.1 จัดประชุมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) เพื่อวิเคราะห์สรุปผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาว่า          พบปัญหา อุปสรรคอย่างไร 2.7.2 มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ครั้งที่ 3 เพื่อให้มีความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในข้อ 2.7.1 และ 2.7.2 คือ บุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ได้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ตามความต้องการของโรงเรียนและชุมชนและประโยชน์สำคัญที่สถานศึกษา คณะครู นักเรียนและชุมชนได้รับคือ หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 สำหรับใช้ในปีการศึกษา 2549 มีความเหมาะสมและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

กลับสู่หน้าหลัก

 

Free Counters from SimpleCount.com
สถิติผู้เยี่ยมชมการเผยแพร่ผลงาน