|
|
|
|
|
|
ชื่อเรื่อง : รายงานการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ปีที่ทำรายงานทางวิชาการ : 2549 ผู้ทำรายงานทางวิชาการ : นางสุนทรี เล้าอรุณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสามง่าม(คงทองอนุสรณ์) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐมเขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน |
|
|
|
บทคัดย่อ การวิจัยเรื่อง รายงานผลการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)
ทราบความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาในการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) 2)
ทราบแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมในแต่ละขั้นตอนของการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) โดย โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม)
เป็นหน่วยวิเคราะห์ (unit of
analysis) ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย
คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ จำนวน 12 คน ครูสายผู้สอน จำนวน 4 คน
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ปีการศึกษา 2548 จำนวน 29 คน และผู้ปกครองจำนวน 29 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
6 ปีการศึกษา 2548 จำนวน 32 คน และผู้ปกครองจำนวน 32 คน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2548 จำนวน 26 คน และผู้ปกครองจำนวน 26
คน และศึกษานิเทศก์ประจำโรงเรียนจำนวน 3 คน รวมประชากรผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น จำนวน
206 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามความคิดเห็น (questionnaire)
ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือตอนที่ 1
เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม
ลักษณะคำถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check list) ประกอบด้วยข้อคำถามเกี่ยวกับเพศ
อายุ ระดับการศึกษาสูงสุด ตำแหน่งปัจจุบัน และประสบการณ์ในตำแหน่งปัจจุบัน ตอนที่ 2
เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) โดยออกแบบให้ครอบคลุมเนื้อหาทั้ง 7 ด้าน
ตามแนวทางการบริหารจัดการหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาของกรมวิชาการ
กระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ 1. การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา 2.
การจัดทำสาระหลักสูตรสถานศึกษา 3. การวางแผนดำเนินการใช้หลักสูตร 4.
การดำเนินการบริหารหลักสูตร (ใช้หลักสูตร) 5. การนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผล
6. การสรุปผลการดำเนินงาน และ 7. การปรับปรุงและพัฒนา จำนวนทั้งสิ้น 70 ข้อ นอกจากแบบสอบถามแล้วผู้วิจัยได้วิเคราะห์ความคิดเห็นของ
คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการและครูสายผู้สอน
ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติและมีประสบการณ์ในเรื่องของการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โดยจัดประชุมร่วมกันแสดงความคิดเห็นและสรุปร่วมกันถึงแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best
Practice) ที่ทำให้การดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนของการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพว่ามีการดำเนินการอย่างไร
และเกิดประโยชน์อย่างไร การวิจัยในครั้งนี้วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS
(Statistical package for the social science for windows) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือค่าความถี่
(frequency) ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( สรุปผลการวิจัย จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยผู้วิจัยเป็นผู้ตรวจสอบและเปรียบเทียบจากเอกสารหลักฐานต่างๆ และจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ สรุปผลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้เป็นประเด็นตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยดังนี้ 1. เพื่อทราบความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาในการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาในการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ผู้วิจัยได้นำเสนอโดยแบ่งออกเป็น 7 ด้าน ปรากฏดังนี้ 1.1 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการเตรียมความพร้อม ผลการวิจัย
พบว่าโดยภาพรวม สถานศึกษามีการเตรียมความพร้อมอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด ( 1.2 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการจัดทำสาระหลักสูตรของสถานศึกษา
ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมสถานศึกษามีการจัดทำสาระหลักสูตรของสถานศึกษาอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด
( 1.3 การวิเคราะห์ผลการสอบความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการวางแผนดำเนินการใช้หลักสูตรสถานศึกษา
ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมสถานศึกษามีการวางแผนในการดำเนินการใช้หลักสูตรสถานศึกษาอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด
( 1.4 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการดำเนินการบริหารหลักสูตร (ใช้หลักสูตร) ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมสถานศึกษามีการดำเนินการบริหารหลักสูตร(ใช้หลักสูตร)
อยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด ( 1.5 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการนิเทศ กำกับ ติดตามผลและประเมินผล
ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมสถานศึกษามีการนิเทศ กำกับ ติดตามผลและประเมินผลอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด
( 1.6 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการสรุปผลการดำเนินการผลการวิจัยพบว่า
โดยภาพรวมสถานศึกษามีการสรุปผลการดำเนินการอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด ( 1.7 การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ในด้านการปรับปรุง พัฒนา ผลการวิจัยพบว่า
โดยภาพรวมสถานศึกษามีการปรับปรุงพัฒนาอยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด (
การวิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ทั้ง 7 ด้าน ผลการวิจัยพบว่า
โดยภาพรวมสถานศึกษามีการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ทั้ง 7 ด้าน อยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด
( 2. เพื่อทราบแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในแต่ละขั้นตอนของการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ผู้วิจัยได้สรุปความคิดเห็นของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ และครูสายผู้สอนเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในแต่ละขั้นตอนของการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) ในรูปความเรียงและการบรรยาย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 2.1 การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา พบว่า แนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในการสร้างความตระหนักให้กับบุคลากร การพัฒนาบุคลากร การแต่งตั้งคณะกรรมการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ การจัดทำข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ และการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาได้รับทราบและให้ความร่วมมือ ได้แก่ 2.1.1 จัดประชุมชี้แจง ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ตระหนัก เห็นความสำคัญ เห็นความจำเป็น ให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรสถานศึกษา 2.1.2 จัดประชุมเตรียมบุคลากรเพื่อแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ตามความเหมาะสม ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในข้อ 2.1.1 และ 2.1.2 คือบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความตระหนัก เห็นความสำคัญ ความจำเป็น มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักสูตรและสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายได้ 2.2 การจัดทำสาระหลักสูตรสถานศึกษา พบว่าแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม(Best Practice) ในการดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน การกำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมาย การกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การกำหนดโครงสร้างหลักสูตร การจัดทำสาระและผลการเรียนรู้ ที่คาดหวังรายปีหรือรายภาค การกำหนดเวลาเรียน การจัดทำคำอธิบายรายวิชา การจัดหน่วยการเรียนรู้ การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ได้แก่ 2.2.1 การแต่งตั้งคณะกรรมการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ เช่น คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ คณะอนุกรรมการประจำกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณะกรรมการการนิเทศภายใน คณะกรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ คณะกรรมการวัดผลประเมินผล คณะกรรมการจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาและนายทะเบียนของโรงเรียนเป็นต้น 2.2.2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ของคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ รวมทั้งประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) 2.2.3 ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในข้อ 2.2.1, 2.2.2 และ 2.2.3 คือบุคลากรได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ โดยมีคำสั่งแต่งตั้งชัดเจน สามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้มีประสิทธิภาพ ร่วมกันจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาได้เป็นที่เรียบร้อย และเริ่มใช้เป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2546 2.3 การวางแผนดำเนินการใช้หลักสูตรสถานศึกษา พบว่าแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม(Best Practice) ในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ จัดหา เลือก ใช้ ทำ และพัฒนาสื่อ จัดกระบวนการเรียนรู้ จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การวัดผลประเมินผล แนะแนว นิเทศ กำกับ ติดตามและวิจัยเพื่อพัฒนา ได้แก่ 2.3.1 จัดสรรงบประมาณเพื่อเตรียมการในเรื่อง สื่อ อุปกรณ์การเรียนการสอนที่เป็นเทคโนโลยี 2.3.2 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอน การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ การวัดผล ประเมินผล การทำงานวิจัยในชั้นเรียน เพื่อให้ครูนำความรู้ความเข้าใจที่ได้รับไปใช้ในการบริหารจัดการหลักสูตร (ใช้หลักสูตร) 2.3.3 จัดโครงการสนับสนุนการเรียนการสอน 2.3.4 ศึกษาดูงานโรงเรียนนำร่องการใช้หลักสูตรสถานศึกษา ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในข้อ 2.3.1, 2.3.2, 2.3.3 และ 2.3.4 คือสถานศึกษามีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนการสอน ทั้งบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ สื่อ อุปกรณ์ที่ทันสมัยเป็นเทคโนโลยี มีโครงการสนับสนุนการเรียนการสอนที่สามารถส่งเสริมทักษะ ประสบการณ์ ให้กับผู้เรียน มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการใช้หลักสูตร ประโยชน์ดังกล่าวที่เกิดจากการวางแผนดำเนินการใช้หลักสูตรสถานศึกษาจะสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เป็นอย่างดี 2.4 การดำเนินการบริหารหลักสูตร (ใช้หลักสูตร) พบว่าแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม(Best Practice)ในการจัดครูเข้าสอนตามความรู้ความสามารถและความถนัด การจัดตารางสอนตามโครงสร้างของหลักสูตรให้เหมาะสม การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมสนับสนุนทางวิชาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนตามความถนัดและความสนใจ การปฏิบัติการสอนโดยใช้เทคนิคที่หลากหลาย การบันทึกผลการจัดการเรียนรู้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อนำมาวิเคราะห์การสอน การแก้ปัญหาการเรียนการสอนในชั้นเรียนด้วยวิธีการวิจัย การจัดทำข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล การวัดผลประเมินผลนักเรียนตามสภาพที่แท้จริง โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย การนำผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมาเปรียบเทียบมาตรฐานของโรงเรียน การประชาสัมพันธ์ผลงานของครูและนักเรียน ได้แก่ 2.4.1 ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำด้านวิชาการและเป็นผู้นำในการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา 2.4.2 มีการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 2.4.3 ยกย่อง ชมเชย ร่วมเผยแพร่ผลงานคณะครู นักเรียน ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในข้อ 2.4.1, 2.4.2 และ 2.4.3 คือ ครูผู้สอนมีที่ปรึกษาด้านวิชาการและด้านหลักสูตรสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ ไม่วิตกกังวล นอกจากนี้การนิเทศ กำกับ ติดตาม ยังสามารถช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ทำให้ครูผู้สอนมีความรู้สึกสบายใจ ไม่หนักใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการสอน ในส่วนของผู้นิเทศ กำกับ ติดตาม ทำให้ทราบถึงจุดอ่อน จุดแข็ง และปัญหาการทำงานของครู สามารถช่วยเหลือ แนะนำได้ถูกจุด ทำให้ครูผู้สอนจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้นักเรียนมีคุณภาพ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นที่ยอมรับ สามารถสร้างความเชื่อมั่น ความศรัทธา และความพึงพอใจให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี 2.5 การนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผล พบว่า แนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในการให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ กำกับ ติดตาม การใช้เครื่องมือในการตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการหลักสูตร ได้แก่ 2.5.1 แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผล เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบแนวคิด ขอบข่าย กระบวนการนิเทศ และดำเนินการนิเทศตามตัวบ่งชี้สภาพความสำเร็จ จัดทำเครื่องมือและนำเครื่องมือไปใช้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา 2.5.2 นิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เมื่อพบปัญหา อุปสรรคร่วมปรับปรุงแก้ไข ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม(Best Practice) ในข้อ 2.5.1 และข้อ 2.5.2 คือ สถานศึกษามีคณะกรรมการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผล ปฏิบัติงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ทำให้สถานศึกษา คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ คณะกรรมการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผล ได้ทราบข้อมูลและสภาพการดำเนินงานในการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ว่ามีจุดอ่อน จุดแข็ง ปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นอย่างไรและร่วมกันแก้ไข สรุปผลเพื่อวางแผนดำเนินการต่อไป 2.6 การสรุปผล พบว่า แนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในการนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการประเมินผล มาสรุปจัดทำเป็นรายงานต่างๆ เช่น รายงานการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา รายงานคุณภาพนักเรียน รายงานโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี รายงานการประเมินตนเองของโรงเรียน การจัดนิทรรศการแสดงผลงานของคณะครู นักเรียน เพื่อประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ได้แก่ 2.6.1 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำแบบรายงานต่างๆ เผยแพร่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้รับทราบ 2.6.2 จัดทำแบบรายงานต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น เพื่อเผยแพร่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้รับทราบ ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในข้อ 2.6.1 และ 2.6.2 คือ สถานศึกษาได้เผยแพร่ผลงานในรอบปีที่ผ่านมาให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้รับทราบ ผลงาน ความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค ร่วมกัน 2.7 การปรับปรุงพัฒนา พบว่า แนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในการนำผลการดำเนินการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา ในส่วนที่เป็นปัญหา อุปสรรค มาวางแผนร่วมกันปรับปรุงพัฒนาทั้งกระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรและหลักสูตรสถานศึกษา ได้แก่ 2.7.1 จัดประชุมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) เพื่อวิเคราะห์สรุปผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาว่า พบปัญหา อุปสรรคอย่างไร 2.7.2 มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ครั้งที่ 3 เพื่อให้มีความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประโยชน์ที่ได้รับจากแนวปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม (Best Practice) ในข้อ 2.7.1 และ 2.7.2 คือ บุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ได้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ตามความต้องการของโรงเรียนและชุมชนและประโยชน์สำคัญที่สถานศึกษา คณะครู นักเรียนและชุมชนได้รับคือ หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหนองโพธิ์ (ศิลปวิทยาคม) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 สำหรับใช้ในปีการศึกษา 2549 มีความเหมาะสมและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
|
|
|
|
|
|