![]() |
||
|
คำกริยา คือ คำที่แสดงอาการ สภาพ หรือการกระทำของคำนาม
และคำสรรพนามในประโยค คำกริยาบางคำอาจมี ชนิดของคำกริยา คำกริยาแบ่งออกเป็น 5 ชนิด ดังนี้ 1. กริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารับ (อกรรมกริยา) เป็นกริยาที่มีความหมายสมบูรณ์ ชัดเจนในตัวเอง เช่น ครูยืน น้องนั่งบนเก้าอี้ 2. กริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับ (สกรรมกริยา) เป็นกริยาที่ต้องมีกรรมมารับจึงจะได้ใจความสมบูรณ์ เช่น แม่ค้าขายผลไม้ 3. กริยาที่ต้องมีคำมารับ
คำที่มารับไม่ใช่กรรมแต่เป็นส่วนเติมเต็ม (วิกตรรถกริยา) คือ คำกริยานั้นต้องมี ชายของฉันเป็นตำรวจ 4. กริยาช่วย (กริยานุเคราะห์) เป็นคำที่เติมหน้าคำกริยาหลักในประโยคเพื่อช่วยขยายความหมายของคำกริยาสำคัญ
เขาไปแล้ว ข้อสังเกต กริยาคำว่า ถูก ตามปกติจะใช้กับกริยาที่มีความหมายไปในทางไม่ดี เช่น ถูกตี ถูกดุ ถูกตำหนิ ถ้าความหมายในทางดีอาจใช้คำว่า ได้รับ เช่น ได้รับคำชมเชย ได้รับเชิญ เป็นต้น 5. กริยาที่ทำหน้าที่คล้ายนาม (กริยาสภาวมาลา) เป็นคำกริยาที่ทำหน้าที่คล้ายกับคำนาม อาจเป็นประธาน
เป็นกรรม หรือบทขยายของประโยคก็ได้ เช่น เขาชอบออกกำลังกาย
(ออกกำลังกายเป็นคำกริยาที่ทำหน้าที่คล้ายนาม เป็นกรรมของประโยค) หน้าที่ของคำกริยา มีดังนี้ 1. ทำหน้าที่เป็นกริยาสำคัญของประโยค เช่น คนกินข้าว นกบินมาเป็นฝูง เป็นต้น
|
||
|
พัฒนาโดย นางจิตรนภา แก้วงอก |
||